ประวัติศาสตร์ชาว เซนติเตียนเนล ชนพื้นเมืองที่ไม่เคยติดต่อกับโลกด้านนอกประวัติศาสตร์ชาว เซนติเตียนเนล ชนพื้นเมืองที่ไม่เคยติดต่อกับโลกด้านนอก

ชาวเซติเนล เป็นชนพื้นเมืองบนเกาะเซนตำหนิเนล ที่มีวิถีชีวิตแบบสันกระโดดรวมทั้งถือมั่นเรื่องสังคมปิด

ไม่ติดต่อกับโลกด้านนอกนับเป็นอีกหนึ่งชนพื้นเมืองในไม่กี่ที่ในโลก ที่ยังคงใช้ชีวิตกับชนเผ่าของตน ปิดตนเองจากโลกด้านนอกมาจนกระทั่งขณะนี้ ในสมัยที่โลกไร้พรมแดนแล้วก็มั่งคั่งไปด้วยเทคโนโลยีและก็วิทยาการต่างๆในศตวรรษที่ 21 ถูกทำให้เป็นจุดสนใจอีกทีเนื่องจากว่ามีนักข่าวสารคนอเมริกันขึ้นบกของเกาะเซนตำหนิเนล จนถึงข่าวสารชายหนุ่มคนประเทศอเมริกาถูกยิงฆ่าด้วยการยิงธนู
จอห์น อัลเลน เชา วัย 27 ปีจากเมืองอลาบาม่า อเมริกา ถูกชเผาเซนติเตียนเนลุกลนพื้นบ้านฆ่าเมื่อท้ายปี 2018 ทำให้ได้รับความพึงพอใจเป็นจุดสนใจหัวข้อการแบ่งดินแดนจากทั่วทั้งโลก จากคำกล่าวของคนหาปลาที่เป็นคนพานักข่าวสารคนนี้เข้าไปที่เกาะเซนว่ากล่าวเนล อยู่ในเขตพื้นที่ของอ่าวเบงกอล อินเดีย กรุ๊ปเกาะอันดามัน ถูกชนเผ่าประจำถิ่นเซนตำหนิเนลยิงด้วยธนูรวมทั้งนำร่างของชายหนุ่มไม่รู้จักจากประเทศตะวันตกมาไว้บนหาด ชาวว่ากล่าวเนลเป็นชนเผ่าอีกหนึ่งกรุ๊ปที่ตั้งที่พักอาศัยบนเกาะขนาดแค่เพียง 20 ตารางไมล์ (โดยประมาณ 32,000 ไร่) โดยมั่นใจว่าพวกเขายึดมั่นวิถีชีวิตแบบงี้มายาวนานกว่า 30,000 ปี บางแหล่งมั่นใจว่าอาจมากกว่า 50,000 ปีด้วย ประมาณว่าปริมาณชนพื้นเมืองที่อาศัยบนเกาะคงจะมีอยู่ระหว่าง 50-150 ราย ข้อมูลที่ได้รับมาจากการสำรวจรอบๆรอบเกาะ เมื่อปี 2011 เจอชนพื้นเมืองที่อยู่ในวิสัยทัศน์ 15 ราย คาดว่าปริมาณสามัญชนคงจะเริ่มต่ำลง
ชนเผ่านี้จะประทังชีวิตด้วยการล่าหมูป่า แล้วก็บริโภคอาหารทะเลอย่างหอยลาย ผลไม้ รวมทั้งน้ำผึ้ง ในฤดูร้อนชนพื้นเมืองสามารถเก็บน้ำผึ้งบนเกาะ แล้วก็ใช้ใบไม้ที่มีคุณประโยชน์พิเศษสามารถเฉดหัวไล่ผึ้งได้เอามาทาตัว การแต่งกายของชนเผ่าบนเกาะนั้นโดยส่วนมากจะแก้ผ้า หรือใช้ใบไม้ทำเป็นเสื้อผ้า อาจจะเป็นไปได้ว่าจะมีเครื่องเพชรพลอยบ้าง ตามตำแหน่งภาวะของมวลชนเผ่า จากสถานะการณ์สึนามิเมื่อปี 2004 นักค้นคว้าได้เปลี่ยนถึงเหตุผลที่ชนเผ่านี้ยังรอดตายอยู่ว่า ชาวเซนติเตียนเนลมีชีวิตรอดจากภัยที่เกิดจากธรรมชาตินี้ มั่นใจว่าพวกเขาคงจะรับทราบถึงแรงสั่นก่อนตามวิถีชีวิตทางธรรมชาติ และก็พอเพียงคาดเดาได้ว่าต้องมีคลื่นขนาดใหญ่ตามมา พวกเขามีที่ลี้ภัยบนต้นไม้ มั่นใจว่าพวกเขาคงจะนำไฟหวานใจษาไว้ประจำตัวไปด้วย น่าฉงนใจที่ ตอนที่อังกฤษล่าอาณานิคมในพื้นที่ตอน คริสต์ศักราช 1850 ชนพื้นเมืองเซนตำหนิเนล ก็มิได้ถูกรุกราน แม้กระนั้นถูกปลดปล่อยให้อยู่อย่างสันโดษบนเกาะที่พวกเขาเห็นว่าเป็นหลักที่สมบูรณ์บริบูรณ์
ในส่วนของผู้สื่อข่าวผู้ตายนั้น จอห์น ทราบกันดีอยู่แล้วถึงอันตรายที่เขาบางทีอาจได้รับเมื่อขึ้นเกาะ รายงานข่าวสารเปิดเผยว่า เขาเขียนจดหมายให้บิดามารดาก่อนที่จะได้มีการเดินทางไปตรงนี้ โดยรายละเอียดในจดหมายสะท้อนความนึกคิดของจอห์น เรื่องความมานะบากบั่นเผยแผ่ศาสนาคริสต์ และก็ยังมีเนื้อความขอให้บิดามารดาอย่าเคืองโกรธชนพื้นเมืองหรือพระผู้เป็นเจ้าถ้าหากเขาจะต้องเสียชีวิตลง